นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองและที่ปรึกษาองค์กรเอกชน เปิดเผยว่า ประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 3.5-4.5% นั้นหมายถึงครึ่งปีหลังจะขยายตัว 4.7-4.8% โดยภาพรวมเชื่อว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมาเล็กน้อยเพราะภาคการส่งออกอาจปรับดีขึ้นบ้างแม้ว่าจะขยายตัวได้ต่ำกว่า 7-7.5% ตามที่ตั้งเป้าไว้ก็ตาม ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจโลกทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวรวมถึงจีนที่ต้องขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 7% ตามที่ตั้งเป้าไว้
อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องยังต้องจับตาความเสี่ยงใน 3 ประเด็น คือ ต้องจับตาเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิดเพราะกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยในรอบ 13 ปี ซึ่งจะเกิดผลกระทบที่เรียกว่าความเสี่ยงเชื่อมโยงเนื่องจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงไทยพึ่งพาการส่งออกไปจีนเป็นหลัก ต่อมาเป็นความเสี่ยงในเรื่องการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เพราะถ้าจีดีพีขยายตัวได้น้อย การส่งออกชะลอตัวและน้อยกว่าการนำเข้าขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมก็มีผลลบต่อเศรษฐกิจไทยเช่นกัน
สุดท้ายคือ ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยซึ่งที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อปีเพียง 3% ถือว่าต่ำมากมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ หรือ มาเลเซีย ที่เติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ไทยเสียเปรียบมากเมื่อกำลังเข้าสู่เออีซี
นายสมชาย เชื่อว่านับจากนี้อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงทรงตัวหรือปรับขึ้นเพราะในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดแล้วประกอบกับ ความมั่นใจในเศรษฐกิจสหรัฐเกี่ยวกับการชะลอมาตรการคิวอีก็อาจจะทำให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น ซึ่งตรงนี้เองธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีความกังวลในเรื่องหนี้ภาคครัวเรือนอยู่แล้วก็เชื่อว่าไม่น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเช่นกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น