วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รอรายงานก่อนถล่มซีเรียจีนโดดขวาง-รัสเซียขยับ

วอชิงตัน/ดามัสกัส * สหรัฐและพันธมิตรตะวันตกยังไม่กดปุ่มถล่มซีเรีย รอความชอบ ธรรมจากรายงานคณะตรวจสอบของยูเอ็นที่จะเดินทางออกจากกรุงดามัสกัสในสุดสัปดาห์นี้ "บัน กีมูน" ขอให้หลีกเลี่ยงการ ใช้กำลังทหาร แต่ย้ำผู้ใช้อาวุธเคมีต้องรับ ผิดชอบ ด้านอัลอัสซาดประกาศสู้ ขณะที่รัสเซียซุ่มเงียบเคลื่อนเรือรบสู่เมดิเตอร์เรเนียน จีนเตือนสหรัฐอย่าทำตัวเป็นศาล

สถานการณ์ในซีเรียยังคงอยู่ในขั้นวิกฤติและเป็นที่น่าจับตาว่าการแทรกแซงโดยกำลังทหารจากชาติตะวันตกจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ ล่าสุด นายบัน กีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า คณะตรวจสอบของยูเอ็นจะเดินทางออกจากซีเรียในสุดสัปดาห์นี้เพื่อรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่ามีการใช้อาวุธเคมีจนนำไปสู่การเสียชีวิตของพลเรือนจำนวนมากจริงหรือไม่ ทำให้สหรัฐและชาติพันธมิตรยังไม่ออกคำสั่งโจมตีซีเรีย

เลขาธิการยูเอ็นยังได้ร้องขอให้มหา อำนาจทั้งหลายทำงานร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารกับซีเรีย ประเทศที่เกิดความไม่สงบขึ้นในประเทศมาแล้วเป็นเวลา 29 เดือน และมีผู้เสียชีวิตตามรายงานของยูเอ็นแล้วประมาณ 1 แสนคน และอีกหลายล้านคนไร้ที่อยู่

"ควรให้โอกาสกับวิถีทางทางการทูต ควรให้โอกาสกับสันติภาพ อย่างไรก็ตาม การใช้อาวุธเคมีไม่ว่าจะโดยฝ่ายใด ด้วยเหตุผลใด และสถานการณ์แบบใด ย่อมเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และผู้กระทำต้องรับผิดชอบ" บัน กีมูน กล่าว

ด้านรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของรัฐบาลกรุงดามัสกัสได้เตือนการแทรกแซงของชาติตะวันตกว่าอาจนำไปสู่ความขัดแย้งวุ่นวายทั่วทั้งภูมิภาค และมีรายงานว่ารัสเซียเองกำลังส่งกองเรือรบไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนจีนโดยสื่อของรัฐได้เตือนว่าการโจมตีซีเรียเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผล การกระทำเช่นนั้นของสหรัฐและชาติพันธมิตรราวกับว่าพวกเขาคือศาล คณะลูกขุนและเพชฌฆาตเสียเอง ขณะที่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวประณามแผนการใช้กำลังต่อซีเรียของชาติตะวันตก ว่าเป็นการทำลายล้างภูมิภาคอาหรับที่ขณะนี้เป็นเหมือนดินแดนแห่งดินปืน

ฝั่งของพันธมิตรชาติตะวันตก นอก จากสหรัฐที่เรือรบและอาวุธยุทโธปกรณ์ประจำตำแหน่งพร้อมโจมตีแล้ว สหราชอาณาจักรเองก็ส่งเครื่องบินรบไปยังฐานทัพบนเกาะไซปรัส ที่ห่างจากฝั่งซีเรียไม่ถึง 200 กิโลเมตรแล้วเช่นกัน ส่วนประเทศเพื่อนบ้านซีเรียอย่างอิสราเอลได้เตรียมการรับมือกับสงครามที่อาจเกิดขึ้นด้วยการเรียกทหารกองหนุนเข้าประจำการ ส่วนพลเมืองก็เข้าคิวกันซื้อหน้ากากกันแก๊สพิษยาวเหยียด ขณะที่ตุรกีก็เพิ่มระดับการเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด

แม้จะถูกกดดันอย่างหนัก แต่ประ ธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ได้ออกมาประกาศว่าซีเรียจะเอาชนะในการเผชิญหน้ากับสหรัฐได้อย่างแน่นอน หนังสือพิมพ์อัล-อัคบาร์ ระบุว่า ประธานาธิบดีซีเรียได้กล่าวต่อเจ้าหน้าที่ของเขาว่า ตั้งแต่มีวิกฤติขึ้น ซีเรียได้เฝ้ารอให้ศัตรูที่แท้จริงเปิดเผยโฉมหน้ามานานแล้ว

"เราจะเผชิญหน้าด้วยความกล้าหาญ และเราจะมีชัย" หนังสือพิมพ์ระบุคำพูดของนายอัลอัสซาด

สำนักข่าวเอเอฟพีรายว่า ขณะนี้ในกรุงดามัสกัส บรรดาทหารถูกเรียกให้ถอนออกจากจุดประจำการณ์ และตั้งด่านรักษาความปลอดภัยที่เหนียวแน่นขึ้นตามจุดต่างๆ บนถนนและโรงพยาบาล เพื่อเป็นการเตรียมตัวรับมือการโจมตีของสหรัฐและชาติพันธมิตร

ส่วนความเคลื่อนไหวที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร มีการเรียกประชุมสภาฯ เพื่อลงมติตอบโต้การกระทำของรัฐบาลซีเรีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของนายเดวิด คาเมรอน ยอมรับว่าจะไม่มีการโจมตีจากกองทัพอังกฤษจนกว่ารายงานผลการตรวจสอบอาวุธเคมีออกมาเสียก่อน

ด้านนายบารัค โอบามา ประธานา ธิบดีสหรัฐ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติ ภาพ ยืนยันว่ายังไม่ได้ตัดสินใจที่จะใช้แผน การทางทหารถล่มซีเรีย และว่าปฏิกิริยาของสหรัฐจะเป็นการส่งสัญญาณไปยังซีเรียว่าไม่ควรมีพฤติกรรมเช่นเดิมอีก และไม่ได้เป็นเพียงข้อความที่จะมีถึงเฉพาะซีเรียเท่านั้น แต่เป็นการส่งไปยังชาติอื่นทั่วโลก

"เราต้องทำให้เป็นหลักประกันว่าเมื่อมีบางประเทศฝ่าฝืนกฎการใช้อาวุธของนานาชาติ เช่น การใช้อาวุธเคมี ซึ่งอาจเป็นการคุกคามต่อเราได้ ผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ" โอบามากล่าว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนว่าสหรัฐอาจไม่เคารพมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่รัสเซียและจีนคือชาติสมาชิกที่ใช้สิทธิ์วีโตมาโดยตลอด.

รัสเซียตัดใจ ทำลาย S-300 ที่จะขายให้อิหร่านแล้ว

รัสเซียทนความกดดันจากชาติตะวันตกไม่ไหว เดินหน้าทำลายอุปกรณ์ต่อต้านขีปนาวุธมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะขายให้อิหร่านแล้ว

วานนี้ (29 ส.ค.) สื่อต่างประเทศ รายงาน ทางการรัสเซีย ออกมายืนยันว่า รัสเซียได้ทำลายอุปกรณ์ต่อต้านขีปนาวุธทางอากาศรุ่น เอส-300 (S-300) ที่ได้ทำข้อตกลงจะขายอุปกรณ์ดังกล่าวมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 24,000 ล้านบาท ให้แก่อิหร่านไปแล้วก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ทางการรัสเซียยังแถลงยืนยันด้วยว่าจะไม่มีการส่งอาวุธไปยังอิหร่านอีกในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน หลังจากรัสเซียถูกกดดันอย่างหนักจากบรรดาชาติตะวันตกที่วิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาเรื่องโครงการทดลองนิวเคลียร์ของอิหร่าน

                                   รัสเซียตัดใจ ทำลาย S-300 ที่จะขายให้อิหร่านแล้ว

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งรับคาดการณ์เฟดลด QE หลังข้อมูลศก. สหรัฐสดใส

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ส.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 98.26 เยน จากระดับของวันพุธที่ 97.69 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9308 ฟรังค์ จากระดับ 0.9217 ฟรังค์

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3244 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3339 ดอลลาร์สหรัฐ เงินปอนด์อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 1.5499 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5527 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.8933 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8943

ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจจะตัดสินใจลดขนาด QE หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขประมาณการครั้งที่สองของจีดีพีที่แท้จริงประจำไตรมาส 2/2556 ขยายตัว 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 2.2% และมากกว่าตัวเลขประมาณการครั้งแรกที่ระบุว่าขยายตัว 1.7% เพราะได้แรงหนุนจากยอดส่งออกที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และจากการที่บริษัทเอกชนปรับเพิ่มสต็อกสินค้าคงคลัง

ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 ส.ค. ร่วงลง 6,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 331,000 ราย มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 332,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 336,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐมีความแข็งแกร่งในเดือนส.ค.

นักลงทุนจับตาดูรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือนส.ค.ในวันนี้เวลา 20.55 น.ตามเวลาไทย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐจะอยู่ที่ 80.5 ในช่วงท้ายเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นจาก 80.0 ในช่วงต้นเดือนส.ค.

ปธ.เฟดริชมอนด์ชี้ตลาดแรงงานดีขึ้นส่งสัญญาณเฟดควรเริ่มลดซื้อบอนด์

นายเจฟฟรีย์ แลคเกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของเฟดควรเริ่มชะลอแผนการซื้อพันธบัตรในเร็วๆนี้ เมื่อพิจารณาจากตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

นายแลคเกอร์ระบุว่า เมื่อเฟดเริ่มดำเนินโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เฟดระบุว่าจะซื้อพันธบัตรอย่างต่อเนื่องจนกว่าแนวโน้มตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และในขณะนี้ ตลาดแรงงานสหรัฐได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อต้นเดือนนี้ว่า อัตราว่างงานของสหรัฐในเดือนก.ค.ลดลงแตะ 7.4% จาก 7.6% ในเดือนมิ.ย. และนับว่าปรับตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 7.8% ในเดือนก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เฟดประกาศมาตรการซื้อพันธบัตรรอบล่าสุด

การแสดงความคิดเห็นของประธานเฟดริชมอนด์มีขึ้น ก่อนที่เฟดจะประชุมกำหนดนโยบายการเงินครั้งต่อไปในวันที่ 17-18 ก.ย. ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเริ่มชะลอมาตรการซื้อพันธบัตรวงเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าเฟดยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นกำหนดเวลาและสัดส่วนในการลดแผนซื้อพันธบัตรดังกล่าว

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

แนวโน้มวันที่ 29 สิงหาคม 2556

ราคาทองคำตลาดโลกทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีความไม่แน่นอนทางการเมืองในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ในการโจมตีทางทหารโดยชาติตะวันตกที่นำโดยสหรัฐต่อกองกำลังของ ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย มีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นว่าการโจมตีซีเรียจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ ขณะที่ประเทศจำนวนมากรวมถึงอังกฤษ, ฝรั่งเศส, แคนาดาและสันนิบาตอาหรับเข้าร่วมกับสหรัฐในการเรียกร้องให้มีการโจมตีกองกำลังของรัฐบาลซีเรีย ทั้งนี้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นเมื่อรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง พร้อมที่จะโจมตีซีเรียหากประธานาธิบดี บารัค โอบามา สั่งการ ได้กระตุ้นให้นักลงทุนพากันเข้าซื้อทองในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ขณะที่การโจมตีของชาติตะวันตกต่อซีเรียอาจเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ส่งผลให้ราคาโลหะเงินและพัลลาเดียมรวมถึงราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ประกอบกับราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟระบุว่า ตุรกี รัสเซีย และอาเซอร์ไบจาน ได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยธนาคารกลางตุรกีได้เพิ่มการถือครองทองคำอีก 22.5 ตัน นับเป็นการเพิ่มการสำรองทองคำค่อนข้างมากจากเดือนก่อนหน้า โดยถือครองทองคำสำรองที่ระดับ 464 ตันในเดือนกรกฎาคม ซึ่งได้เพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าหากราคาทองคำได้ดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,435-1,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ แต่หากสามารถผ่านไปได้ ราคาทองคำจะเผชิญแนวต้านสำคัญที่ 1,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำจะมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวออกด้านข้าง เบื้องต้นประเมินว่าหากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,410 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในลักษณะ sideway up อย่างไรก็ตามเมื่อราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังไม่สามารถผ่านไปได้แนะนำขายทำกำไรบางส่วน และแนะนำนักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัวเข้าใกล้บริเวณแนวรับ 1,410 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาไม่หลุดแนวรับราคาทองคำยังมีโอกาสแกว่งตัวออกด้านข้างและขยับขึ้นต่อไป

ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,410 (21,500บาท) 1,400 (21,350บาท) 1,390 (21,200บาท)
แนวต้าน 1,440 (21,960บาท) 1,450 (22,110บาท) 1,460 (22,270บาท)
GOLD FUTURES (GFQ13)
แนวรับ 1,410 (21,650บาท) 1,400 (21,500บาท) 1,390 (21,350บาท)
แนวต้าน 1,440 (22,110บาท) 1,450 (22,270บาท) 1,460 (22,420บาท)
SILVER FUTURES (SVQ13)
แนวรับ 23.95 (733 บาท) 23.60 (721 บาท) 23.30 (712 บาท)
แนวต้าน 24.90 (770 บาท) 25.360 (783 บาท) 25.65 (794 บาท)

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับตัวลงต่อ ขณะนลท.รอดูข้อมูลศก., วิตกสถานการณ์ซีเรีย

ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าปรับตัวลง 79 จุด หรือ 0.5% แตะที่ 14,852 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ล่วงหน้าลดลง 0.6% สู่ระดับ 1,644.5 จุด เมื่อเวลา 7.48 น. ตามเวลานิวยอร์ก ขณะที่นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะมีการเปิดเผยในคืนนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ในซีเรียที่ตึงเครียดมากขึ้น อันเนื่องมาจากความเป็นไปได้ที่จะมีการแทรกแซงทางทหาร

ดัชนีหุ้นนิวยอร์กร่วงลงต่อเนื่องจากวานนี้ หลังจากที่นายจอห์น เคอร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐต้องการให้รัฐบาลซีเรียแสดงความรับผิดชอบต่อการใช้อาวุธเคมี

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา อยู่ภายใต้แรงกดดันจากบรรดาประเทศพันธมิตรและสภาคองเกรสให้ลงมือดำเนินการกับซีเรีย ซึ่งอาจรวมถึงการแทรกแซงทางทหาร หลังจากที่มีจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเมื่อสัปดาห์ก่อน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 คน ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเตือนว่า หากสหรัฐตอบโต้ซีเรีย ก็อาจส่งผลให้ทั้งภูมิภาคตกอยู่ในความขัดแย้ง

ขณะเดียวกันนักลงทุนรอดูการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาบ้านเดือนมิ.ย.โดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ ในเวลา 20.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าราคาบ้านจะเพิ่มขึ้น 12.1% จากปีก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 12.2% ในเดือนพ.ค. จากนั้นในเวลา 21.00 น. คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด มีกำหนดเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค. ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลงแตะ 79.0 ในเดือนส.ค. จากระดับ 80.3 ในเดือนก.ค.

หุ้นซิสโก้ ซีสเต็มส์ และ ไมโครซอฟท์ ร่วงอย่างน้อย 1% ในช่วงก่อนเปิดตลาด เจ.ซี. เพนนีย์ ร่วง 2.4% หลังจากที่ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งขายหุ้นในบริษัทค้าปลีกรายใหญ่แห่งนี้เป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์

ทิฟฟานี่ แอนด์ โค ปรับตัวขึ้น 2.1% หลังบริษัทรายงานผลกำไรไตรมาส 2 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้น จากสถานการณ์ตึงเครียดในซีเรีย

สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในซีเรีย โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาด NYMEX ดีดตัวขึ้น 2.22 ดอลลาร์ แตะที่ 108.14 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค.ที่ตลาดลอนดอน อยู่ที่ 112.51 ดอลลาร์ เมื่อเวลา 12.59 น.ตามเวลาลอนดอน

โดยก่อนหน้านั้นสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 1.87 ดอลลาร์ หรือ 1.7% แตะ 112.60 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน หลังจากที่รมว.ต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐต้องการให้รัฐบาลซีเรียแสดงความรับผิดชอบต่อการใช้อาวุธเคมี

นอกจากสถานการณ์ในซีเรียแล้ว ตลาดน้ำมันยังได้แรงหนุนจากผลผลิตน้ำมันที่ลดลงของลิเบีย โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบียเผยว่า ผลผลิตอาจลดลงต่ำกว่า 200,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการถูกโค่นล้มอำนาจลงเมื่อปี 2554

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านอุปทานเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมัน และดูเหมือนว่าสถานการณ์วุ่นวายในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าชาติตะวันตกจะดำเนินการทางทหารกับซีเรีย

รมว.ต่างประเทศซีเรียประกาศจะปกป้องประเทศทุกวิถีทางหากสหรัฐบุกโจมตี

นายวาลิด อัล-โมลเลม รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศซีเรีย กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวในวันนี้ว่า ซีเรียจะปกป้องประเทศด้วยการใช้วิธีการทุกวิถีทาง หากสหรัฐตัดสินใจบุกโจมตีประเทศ สำนักข่าวซินหัวรายงาน

กองทัพอังกฤษหารือแผนการฉุกเฉินตอบโต้การใช้อาวุธเคมีในซีเรีย

โฆษกประจำนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษเผยกองทัพอังกฤษอยู่ในระหว่างการหารือเรื่องแผนการฉุกเฉิน เพื่อดำเนินการทางทหารตอบโต้การใช้อาวุธเคมีในประเทศซีเรีย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกกล่าวว่า การใช้อาวุธเคมีในซีเรียเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ และขอให้นานาประเทศดำเนินการในเรื่องนี้

นายกฯอังกฤษจะยังคงหารือกับผู้นำประเทศต่างๆเพื่อสรุปแนวทางที่เหมาะสมในการสกัดไม่ให้มีการใช้อาวุธเคมีกับพลเรือนชาวซีเรีย

สำนักข่าวสกายนิวส์รายงานว่า อังกฤษระบุว่า การตัดสินใจเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการรายงานจากคณะผู้ตรวจสอบอาวุธขององค์การสหประชาชาติ

เด็กซีเรียหนีภัยสงครามถึงหลักล้าน

สหประชาชาติหรือยูเอ็นเผยจำนวนเด็กชาวซีเรียที่จำเป็นต้องลี้ภัยออกจากประเทศที่กำลังเกิดวิกฤติสงครามกลางเมือง แตะระดับ 1 ล้านคนในวันนี้

สำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งยูเอ็นหรือยูเอ็นเอชซีอาร์ และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ ระบุด้วยว่า มีเด็กชาวซีเรียอีก 2 ล้านคนถูกสังหารในประเทศ ถูกทำร้าย หรือถูกฝึกเป็นกองกำลังติดอาวุธเพื่อก่อเหตุรุนแรงที่ขัดต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล

ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งยูเอ็น "นายอันโตนิโอ กูร์เตอร์เรส" แถลงว่า เยาวชนของซีเรียกำลังสูญเสียบ้าน ครอบครัว และอนาคตของตัวเอง แม้ว่าหลังจากที่พวกเขาข้ามพรมแดนมายังประเทศที่ปลอดภัยแล้ว แต่พวกเขาก็ยังบอบช้ำทางจิตใจ หดหู่ และจำเป็นต้องได้รับความหวังในการใช้ชีวิตต่อไป

ยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่า ชาวซีเรียเกือบ 2 ล้านคนลี้ภัยไปยังตุรกี เลบานอน อิรัก และแอฟริกาเหนือ จำนวนดังกล่าวรวมถึงชาวซีเรียเชื้อสายเคิร์ด 40,000 คนที่อพยพไปยังเคอร์ดิสถานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยูเอ็นยังเรียกร้องให้ซีเรียอนุญาตให้ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมีเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ชานเมืองของกรุงดามาสกัสที่ถูกยึดครองโดยกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ซึ่งมีการใช้แก๊สพิษที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนรวมถึงเด็ก และอยู่ห่างจากโรงแรมที่ทีมผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นพักอยู่เพียงไม่กี่ไมล์

ด้านกรรมการบริหารของยูนิเซฟ "นายอันโตนิโอ เลค" กล่าวว่า เยาวชนชาวซีเรียต้องแบกรับผลกระทบอันรุนแรงจากสงครามกลางเมืองในประเทศ ซึ่งคร่าชีวิตเด็กไปกว่า 7,000 คนจากเหยื่อทั้งหมดราว 100,000 คน

น้ำมันดิบปิดลบ 50 เซนต์

สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดลบ50 เซนต์ ที่ 105.92 ดอลลาร์/บาร์เรล ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐซบเซา ฉุด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 50 เซนต์ ปิดที่ 105.92 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค.ที่ตลาดลอนดอน ลดลง 31 เซนต์ ปิดที่ 110.73 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐในเดือนก.ค.ร่วงลง 7.3% จากเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 2.266 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักสุดในรอบเกือบ 1 ปี และหดตัวรุนแรงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะปรับตัวลง 4%

ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนก.ค. หรือสินค้าที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 3 ปี ปรับตัวลงหนักสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2555 โดยเป็นผลจากอุปสงค์ที่ลดลงสำหรับสินค้าประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินพาณิชย์ รวมถึงการใช้จ่ายในภาคธุรกิจที่อ่อนแรง

นักลงทุนจับตาดูสถานการณ์ในซีเรียอย่างใกล้ชิด หลังจากนายจอห์น เคอร์รี่ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า มีการใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือนในซีเรีย พร้อมกับเรียกร้องให้นานาประเทศลุกขึ้นต่อต้านเรื่องดังกล่าว

หุ้นดาวโจนส์ปิดลบ 64.05 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ64.05 จุดที่ 14,946.46 จุด กังวลสถานการณ์ซีเรีย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 14,946.46 จุด ลดลง 64.05 จุด หรือ -0.43% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 3,657.57 จุด ลดลง 0.22 จุด หรือ -0.01% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,656.78 จุด ลดลง 6.72 จุด หรือ -0.40%

ในช่วงแรกนั้น ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นเนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงเดินหน้าใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐในเดือนก.ค.ร่วงลง 7.3% จากเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 2.266 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักสุดในรอบเกือบ 1 ปี และหดตัวรุนแรงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะปรับตัวลง 4%

แต่หลังจากนั้นตลาดเริ่มอ่อนแรงลง เมื่อนายจอห์น เคอร์รี่ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวว่า การใช้อาวุธเคมีในการสังหารพลเรือนในซีเรีย ถือเป็นเรื่องที่ไม่สามารถอภัยได้ และเป็นเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธได้ พร้อมกับเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะตอบสนองการกระทำของซีเรียอย่างไร

การแสดงความคิดเห็นของนายเคอร์รี่ได้จุดปะทุให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองในตะวันออกกลาง รวมทั้งความหวั่นวิตกเกี่ยวกับการใช้อาวุเคมีในการสังหารประชาชน

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เตือน"ผู้ส่งออก-นำเข้า"ประกันความเสี่ยง ระบุตลาดเงินผันผวนรุนแรง ประเมินทิศทางยาก แกว่งรายวันตามกระแสข่าว แนวโน้มยังอ่อนค่าต่อในสัปดาห์นี้

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกร่วงลงอย่างหนัก รวมถึงค่าเงินบาทของไทย หลังจากนักลงทุนต่างชาติถอนเงินออกจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย. นี้

ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียร่วงลงถ้วนหน้า โดยค่าเงินรูเปี๊ยะห์ของอินโดนีเซียและค่าเงินรูปีของอินเดียร่วงหนักที่สุด ในขณะที่ค่าเงินบาทของไทยเริ่มอ่อนค่าตั้งแต่วันอังคารที่ 20 ส.ค. ต่อเนื่องมาถึงวันศุกร์ที่ 23 ส.ค. ปิดตลาดที่ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยอ่อนค่ามากที่สุด ที่ระดับ 32.17 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทของไทยร่วงลง หลังจาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ในไตรมาส 2 ขยายตัว 2.8% แต่ตัวเลขจีดีพีที่แท้จริงติดลบ 0.3% ต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ติดลบ 1.7% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง

สาเหตุของการเทขายเงินบาทของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับหลายประเทศที่ทำให้นักลงทุนโยกย้ายเงินออก นอกจากเรื่องภาวะเศรษฐกิจแล้ว ประเทศที่มีปัญหาเงินอ่อนค่า จะเป็นประเทศที่มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

แต่จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ยังไม่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวตามเป้าหมายของเฟดกำหนดไว้เมื่อไร โดย เฟด กำหนดกรอบลดคิวอี หรือ ยกเลิกคิวอี เมื่ออัตราการว่างงาน อยู่ที่ 6.5% และเงินเฟ้อไม่เกิน 2.0% ในขณะที่ตัวเลขล่าสุดว่างงานอยู่ที่ 7.4%

ความไม่ชัดเจนในเรื่องคิวอี ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นและพันธบัตรทั่วโลก เพื่อโยกเงินกลับสหรัฐ ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดความผันผวนขึ้นในตลาดเงินทั่วโลก เพราะหากเฟดยังไม่ชะลอคิวอี อาจทำให้มีเม็ดเงินกลับไปลงทุนในตลาดเกิดใหม่ และหากเฟดลดคิวอี ก็อาจมีการโยกเงินลงทุนออกมากขึ้น

กลุ่มที่น่าเป็นห่วงในช่วงที่เกิดความผันผวนค่าเงินทุกครั้ง คือ อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เอสเอ็มอีที่เป็นกลุ่มนำเข้า-ส่งออก เพียง 20% เท่านั้น

เตือนทั้ง 'ส่งออก-นำเข้า' ประกันเสี่ยง

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย และประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ในตลาดเงินยังมีความผันผวนต่อเนื่องจากปัจจัยด้านต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้ค่าเงินบาทจะไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทางอ่อนค่าทิศทางเดียว แต่จะขึ้นลงตามข่าวที่เกิดขึ้น

"ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออกหรือนำเข้าก็ควรทำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้เพื่อป้องกันความผันผวนที่จะกระทบกับรายได้ของธุรกิจ" นายธิติ กล่าว

เช่นเดียวกับ นายวศิน ไสยวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้เกิดความกังวลกับผู้ประกอบการนำเข้าหรือกลุ่มผู้ที่ต้องการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่อาจมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเป็นไปได้ที่ผู้ประกอบการควรทำการปิดความเสี่ยง

แนะส่งออกทยอยขายดอลล์

นายวศิน แนะว่า ผู้ส่งออกไม่ควรรอให้เงินบาทอ่อนค่าไปถึงระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ ตามที่มีการคาดการณ์ไว้ แล้วค่อยเข้ามาทำธุรกรรม เพราะเวลานี้เงินบาทอ่อนค่าหลุด 32 บาทต่อดอลลาร์มาได้ ถือเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปีแล้ว จึงควรใช้โอกาสนี้ในการทยอยขายเงินดอลลาร์สหรัฐออกมาก เพื่อปิดความเสี่ยงไว้บ้าง รองรับความไม่แน่นอนในตลาดเงินที่มีความผันผวนขึ้นลง

"ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าตามแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในประเทศเกิดใหม่ทั้งหลาย โดยเฉพาะประเทศที่มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด โดยคาดว่าค่าเงินบาทมีโอกาสจะอ่อนค่าไปถึง 32.40 บาทต่อดอลลาร์ เป็นแนวต้านสำคัญในระดับถัดไป"

ชี้นำเข้าเลือกจังหวะซื้อดอลล์

นายราชัน จาวลา ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริหารเงิน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า แม้ว่าค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงในขณะนี้ จะส่งผลดีกับผู้ส่งออกที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถกำหนดราคาได้ง่ายแต่ผู้ส่งออกไม่ควรประมาทและควรทยอยนำเงินดอลลาร์เข้ามาขายเป็นเงินบาทเป็นระยะ ด้วยการซื้อล่วงหน้าเอาไว้ในระดับต่างๆ

ขณะที่ กลุ่มนำเข้านั้น ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้มีการนำเข้าเครื่องจักรหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ไว้บ้างแล้วในช่วงที่เงินบาทปรับตัวแข็งค่าต่ำกว่า 29 บาทต่อดอลลาร์ แต่หลังจากที่เห็นเงินบาทอ่อนค่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างรวดเร็วก็ได้ตื่นตระหนกขึ้นมาบ้างเนื่องจากกระทบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารแนะนำว่าผู้ประกอบการนำเข้าที่มีแผนที่จะใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในอนาคตควรหาจังหวะเข้ามาซื้อดอลลาร์ไว้ในช่วงที่เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

"ธนาคารจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารเข้าไปให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องถึงทิศทางของค่าเงินบาท ให้กับผู้ประกอบการทั้งนำเข้าและส่งออก โดยเฉพาะผู้นำเข้าในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่า เพื่อให้ตัดสินใจซื้อเงินดอลลาร์ได้ในจังหวะที่เหมาะสม"นายราชัน กล่าว

เตือนแนวโน้มยังอ่อนค่าต่อ

ด้าน นายตรรก บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังมีแรงสนับสนุนให้แข็งค่าได้อีกในระยะต่อไป ทำให้ค่าเงินในเอเชียรวมถึงเงินบาทมีอยู่ในช่วงที่อ่อนค่าได้อีก แต่เชื่อว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆ จะเข้ามาดูแลค่าเงินให้ไม่อ่อนค่ารุนแรงเหมือนในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความรวดเร็วในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและการยกเลิกมาตรการคิวอี ซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว

ในสัปดาห์หน้า คาดว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่า เคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.50 บาทต่อดอลลาร์

"ผู้ประกอบการส่งออกนั้น หากเห็นว่าการขายล่วงหน้าแล้วมีกำไรก็ควรทำสัญญากับธนาคารไว้เลย ส่วนผู้นำเข้าที่ต้องการซื้อดอลลาร์นั้น หากไม่ได้ซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าก็ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จึงควรเข้ามาซื้อล่วงหน้าไว้บ้างแต่ควรทำในปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อควบคุมความเสี่ยงและสามารถทำกำไรได้โดยไม่ขาดทุน"

นายตรรก แนะว่า หากกรณีซื้อดอลลาร์สหรัฐไม่ทันและค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามาถึงระดับที่ทำให้ขาดทุนแล้ว ก็แนะนำว่าควรที่จะรอดูสถานการณ์ตลาดสักระยะหนึ่ง

"สถานการณ์นี้เพิ่งเกิดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่ถึงกับทำให้ต้นทุนเฉลี่ยทั้งปีของผู้นำเข้าต้องปรับเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อต้นปีผู้นำเข้าก็ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่แข็งค่ามาแล้ว แต่ในระยะต่อไปต้องดูตามพื้นฐานเศรษฐกิจหากจีดีพีไม่เลวร้ายไปกว่าประเทศอื่นๆ ก็น่าจะเป็นปัจจัยบวกให้กับค่าเงินบาทได้"

ผู้ประกอบการเช็คข่าวกันวุ่น

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการมีการสอบถามเข้ามามากถึงความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดเงินบาท โดยจะเห็นค่าเงินบาทเคลื่อนไหวขึ้นลงถึง 20-30 สตางค์ภายในวันเดียว ซึ่งผู้ประกอบการทั้งนำเข้าและส่งออกควรใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เช่น การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าที่เหมาะกับผู้ประกอบการทั้งสองประเภท

แต่ในภาวะที่มีความผันผวนค่อนข้างมาก ขณะนี้ผู้ประกอบการส่งออกควรซื้อสิทธิในการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน (FX Option) เอาไว้ เนื่องจากจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าในภาวะตลาดผันผวน กล่าวคือ กรณีที่เงินบาทอ่อนค่าไปมากกว่าสิทธิที่ซื้อไว้ก็สามารถทิ้งสิทธิเพื่อไปแลกเปลี่ยนในระดับราคาที่ดีกว่าได้ หรือหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นเกินกว่าสิทธิที่ซื้อไว้ ก็สามารถได้รับอัตราแลกเปลี่ยนในระดับที่ตกลงกับธนาคารไว้แต่แรกแล้ว

จับตาแถลงส่งออก-ดุลการค้าวันนี้

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาคศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การอ่อนค่าของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 4% หากไม่นับค่าเงินของไต้หวันแล้วถือว่าเงินบาทของไทยยังอ่อนค่าน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ที่อ่อนค่าค่อนข้างมาก เช่น ค่าเงินอินเดีย อ่อนค่าแล้ว 14.2% ขณะที่อินโดนีเซียอ่อนค่าถึง 12.5%ใกล้เคียงกับเงินเยนที่อ่อนค่าลง 12.3%

ในสัปดาห์หน้าจะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวทั้งของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ดังนั้น ต้องติดตามว่าจะส่งผลกับทิศทางค่าเงินบาทมากน้อยแค่ไหน โดยกระทรวงพาณิชย์จะแถลงตัวเลขส่งออกในเดือนก.ค. 2556

โบรกฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้รีบาวน์ หลังร่วงต่อเนื่อง 7 วันติด หวังเฟดชะลอถอนQE-แรงขายต่างชาติลดลง กรอบ 1,325-1,360 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสที่จะรีบาวน์ทางเทคนิคหลังจากที่ได้ปรับตัวลงมา 7 วันติดต่อกัน โดยมองปัจจัยจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาไม่ค่อยดี ทำให้นักลงทุนคาดหวังว่ามาตรการ QE อาจจะมีการชะลอการถอนออกไปก่อน จากเดิมที่มองว่าจะถอนในเดือนหน้า(ก.ย.) นอกจากนี้เริ่มเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติชะลอค่อนข้างมาก

สำหรับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนบวกเล็กน้อย ในกรอบ 0.3-0.7% ทั้งนี้ปัจจัยที่จะต้องติดตามคือ ตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทนงวดเดือนก.ค.ของสหรัฐ และดัชนีชี้วัดกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมงวดเดือนส.ค.ที่จะประกาศในวันนี้

ทั้งนี้ประเมินแนวรับที่ 1,325 จุด และแนวต้านที่ 1,350-1,360 จุด

ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 31.88-31.94 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ กรอบ 31.85-32.05 บาท/ดอลลาร์

นักค้าเงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 31.88-31.94 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากที่ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ หลังเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐประกาศ ตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ในเดือน ก.ค.พบว่า ปรับลดลงมากกกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ส่งผลให้เงินสกุลดอลลาร์อ่อนค่าลง ในขณะที่ค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาครวมถึงค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

สำหรับวันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.85-32.05 บาท/ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามในคืนวันนี้ คือ สหรัฐรายงานยอดขายสินค้าคงทนเดือน ก.ค.

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

CURRENCY

มุมมองเชิงพื้นฐาน

เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามปัจจัยทางเทคนิคหลังค่าเงินบาทอ่อนค่าลงติดต่อกันกว่า 5วัน โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าหลังจากดัชนีภาคการผลิตยูโรโซนที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.3 จุดซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจในแถบยูโรโซนเริ่มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง และในช่วงหัวค่ำสหรัฐประกาศยอดผู้ขอรับสวัสดิการออกมาเพิ่มขึ้น 13,000 รายซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตามดัชนีชี้นำที่ทำการสำรวจโดย CB และดัชนีภาคการผลิตสหรัฐที่ทำการสำรวจโดย Markitได้ปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 0.6% และ 53.9 จุดตามลำดับบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจสหรัฐค่อย ๆ พื้นตัวส่งผลให้นักลงทุนกลับมาวิตกเกี่ยวกับการลดมาตรการ QE จากเฟดอีกครั้งและหันมาถือครองเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น

"สมชาย"คาดจีดีพีครึ่งปีหลังขยายตัว 3.5-4.5% เตือน 3 ปัจจัยเสี่ยง "เศรษฐกิจจีนเข้าสู่ภาวะถดถอย-ขาดดุล-ขีดแข่งขันไทยลด"กดดันเศรษฐกิจไทย

นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองและที่ปรึกษาองค์กรเอกชน เปิดเผยว่า ประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 3.5-4.5% นั้นหมายถึงครึ่งปีหลังจะขยายตัว 4.7-4.8% โดยภาพรวมเชื่อว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมาเล็กน้อยเพราะภาคการส่งออกอาจปรับดีขึ้นบ้างแม้ว่าจะขยายตัวได้ต่ำกว่า 7-7.5% ตามที่ตั้งเป้าไว้ก็ตาม ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจโลกทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวรวมถึงจีนที่ต้องขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 7% ตามที่ตั้งเป้าไว้

อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องยังต้องจับตาความเสี่ยงใน 3 ประเด็น คือ ต้องจับตาเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิดเพราะกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยในรอบ 13 ปี ซึ่งจะเกิดผลกระทบที่เรียกว่าความเสี่ยงเชื่อมโยงเนื่องจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงไทยพึ่งพาการส่งออกไปจีนเป็นหลัก ต่อมาเป็นความเสี่ยงในเรื่องการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เพราะถ้าจีดีพีขยายตัวได้น้อย การส่งออกชะลอตัวและน้อยกว่าการนำเข้าขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมก็มีผลลบต่อเศรษฐกิจไทยเช่นกัน

สุดท้ายคือ ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยซึ่งที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อปีเพียง 3% ถือว่าต่ำมากมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ หรือ มาเลเซีย ที่เติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ไทยเสียเปรียบมากเมื่อกำลังเข้าสู่เออีซี

นายสมชาย เชื่อว่านับจากนี้อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงทรงตัวหรือปรับขึ้นเพราะในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดแล้วประกอบกับ ความมั่นใจในเศรษฐกิจสหรัฐเกี่ยวกับการชะลอมาตรการคิวอีก็อาจจะทำให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น ซึ่งตรงนี้เองธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีความกังวลในเรื่องหนี้ภาคครัวเรือนอยู่แล้วก็เชื่อว่าไม่น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเช่นกัน

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทองคำปิดลบ$2.5 หลังค่าเงินดอลลาร์แข็ง



ทองคำปิดลบ 2.5 ดอลลาร์ อยู่ที่ระดับ 1,370.1 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็ง วิตกเฟดลดคิวอี

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ปรับตัวลง 2.5 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 1,370.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาทองคำปรับตัวลงเนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะส่งสัญญาณการปรับลดมาตรการ QE ในการประชุมประจำวันที่ 30-31 ก.ค.ซึ่งมีการเผยแพร่ในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยเฟดได้เปิดเผยรายงานดังกล่าวหลังจากที่ตลาดทองคำปิดทำการแล้ว

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นมาตรวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับ 10 สกุลเงินหลักๆ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการสัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ลดน้อยลงด้วย

บาทอ่อนแตะ32.02/04อ่อนค่าในรอบ3ปี

บาทเปิดตลาดอ่อนค่าแตะ 32.02/04 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าในรอบ 3 ปี เงินไหลออก กังวลเฟดลดขนาดคิวอี

นักบริหารเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) (CIMBT) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในวันนี้ (22 ส.ค.) ว่า เปิดตลาดที่ระดับ 32.02/04 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากช่วงเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.81/83 บาท/ดอลลาร์

"วันนี้เงินบาทอ่อนค่าไปแตะที่ระดับ 32 บาท/ดอลลาร์แล้ว เป็นเพราะดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับทุกสกุล โดยเป็นผลมาจากการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) ที่ยังไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการชะลอมาตรการ QE"

ส่วนแนวโน้มการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้คาดอยู่ที่ 32.00-32.20 บาท/ดอลลาร์ ทั้งนี้ ถือเป็นการอ่อนค่าในรอบ 3 ปี

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

'โอบามา'ถกเครียดกฎหมาย'ดอดด์-แฟรงค์'

"โอบามา" ถกเครียดกฎหมาย'ดอดด์-แฟรงค์'ร่วมกับ"เบน เบอร์นันเก้" และจนท.ระดับสูง หวังบังคับใช้ให้เร็วที่สุด ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ พบปะกับประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด "นายเบน เบอร์นันเก้" และตัวแทนระดับสูงของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินอีกหลายแห่ง เพื่อบังคับใช้กฎหมายการเงินและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเร่งด่วนและเต็มที่ นายโอบามา ซึ่งกำลังพิจารณาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะมาแทนนายเบอร์นันเก้ ที่คาดว่าจะลงจากตำแหน่งในต้นปีหน้า แนะนำหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับหน้าที่ในการทำให้กฎหมายดังกล่าว หรือที่รู้จักกันในชื่อ "กฎหมายดอดด์-แฟรงค์" มีผลบังคับใช้ และมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวแถลงว่า นายโอบามายังเน้นถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายการเงินฉบับนี้โดยเร็วที่สุดเพื่อรับประกันว่า จะสามารถป้องกันไม่ให้หายนะทางการเงินที่นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เกิดขึ้นซ้ำรอย กฎหมายดอดด์-แฟรงค์ซึ่งผ่านสภาคองเกรสตั้งแต่ปี 2553 ถูกยกให้เป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญของภาคการเงินของสหรัฐ นับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 30 โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้มีหลักเกณฑ์ใหม่ในการควบคุมตลาดอนุพันธ์และภาคอสังหาริมทรัพย์ และรวมไปถึง "กฎโวลเกอร์" ซึ่งช่วยลดการดำเนินการลงทุนที่มีความเสี่ยงของธนาคาร อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐยังต้องดิ้นรนเพื่อทำให้กฎเกณฑ์ดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ซึ่งจะใช้เป็นกฎหมายอย่างเต็มที่ นำไปสู่ความกังวลใจในทำเนียบขาวและบรรดาผู้สนับสนุนในสภาคองเกรส

ดาวโจนส์ปิดลบ 70.73 จุด อยู่ที่ 15,010.74 จุด กังวลธนาคารกลางสหรัฐลดขนาดคิวอี



ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 15,010.74 จุด ลดลง 70.73 จุด หรือ -0.47% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,646.06 จุด ลดลง 9.77 จุด หรือ -0.59% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 3,589.09 จุด ลดลง 13.69 จุด หรือ -0.38%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กอ่อนแรงลงตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะลดขนาดการใช้มาตรการ QE หลังจากเจ้าหน้าที่หลายคนของเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ ซึ่งความกังวลในเรื่องดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และอาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ เนื่องจากผู้ซื้อบ้านจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้จำนองในอัตราที่สูงขึ้น

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 30-31 ก.ค.ในเช้าวันพฤหัสบดีนี้ ตามเวลาไทย ขณะที่นักลงทุนต่างก็จับตาสัญญาณบ่งชี้ว่าเมื่อใดที่เฟดจะเริ่มชะลอแผนการซื้อพันธบัตรวงเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน

ดอลล่าร์อ่อนค่าเทียบยูโรและปอนด์

 ตลาดจับตารายงานประชุมเฟด สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าเฟดจะส่งสัญญาณการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หรือไม่ ซึ่งเฟดจะเผยแพร่รายงานการประชุมในวันพฤหัสบดีนี้เวลา 01.00น. ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3342 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3336 ดอลลาร์สหรัฐ เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.5657 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5642 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.9125 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.9199 ดอลลาร์สหรัฐ

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทองคำโลกฟื้นช่วงสั้นระยะยาวผันผวนหนัก

ตลาดทองคำโลกถึงกับสั่นสะท้าน เมื่อกลุ่มนักลงทุนในทองคำรายใหญ่ต่างพากันเทขายออกมาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็น พอลสัน แอนด์ โค ของจอห์น พอลสัน ที่ลดพอร์ตการลงทุนในกองทุนทองคำเอสพีดีอาร์ โกลด์ ทรัสต์ ลงไปมากถึง 53% ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยลดการถือครองในกองทุนทองคำจาก 21.8 ล้านสัญญา ในช่วงไตรมาสแรก ลงมาเหลืออยู่ที่ 10.2 ล้านสัญญา ขณะที่ จอร์จ โซรอส และเจ.พี.มอร์แกน เชส ก็หันมาลดการลงทุนในทองคำลงเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ สภาทองคำโลก (ดับเบิลยูจีซี) ก็ออกรายงานมาว่า ปริมาณความต้องการทองคำในตลาดโลก ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ลดลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี โดยลดลงถึง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หรือลดลงจาก 974.3 ตัน มาอยู่ที่ 856.3 ตัน ส่วนธนาคารกลางทั่วโลกก็หันมาลดการสะสมทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศลงเช่นกัน โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ลดลงมากถึง 57% มาอยู่ที่ 71.1 ตัน

ส่วนในปีนี้ ราคาทองคำโลกได้ปรับตัวลดลงไปมากกว่า 1 ใน 5 แล้ว โดยเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ราคาทองคำได้ลงไปแตะที่จุดต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 1,180.71 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่านักลงทุนและเหล่าบรรดาแบงก์ชาติทั่วโลกต่างมองว่ามูลค่าและราคาในทองคำจะลดต่ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลว่าการใช้นโยบายอัดฉีดผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์ (คิวอี) เดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะมีการลดปริมาณลงเร็วกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจแดนมะกันเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ เห็นได้จากตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ทิศทางดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งบอกว่าทิศทางทองคำโลกจะเข้าสู่ขาลงอย่างหนัก ทว่าในอีกแง่มุมหนึ่งนั้นนักวิเคราะห์อีกเป็นจำนวนมากกลับมองว่าราคาทองคำในอนาคตน่าจะกลับมาสู่ช่วงฟื้นตัวขึ้นมากกว่าที่จะลดลง

เนื่องจากปัจจัยจากราคาทองได้เลยจุดที่ต่ำที่สุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเริ่มฟื้นขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ความต้องการซื้อทองเพื่อนำไปเป็นเครื่องประดับทั่วโลก โดยเฉพาะจากอินเดียและจีนนั้นยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมยังคาดว่าจะช่วยดันให้ราคาทองพุ่งขึ้นอีกใน 12 เดือนข้างหน้านี้อีกด้วย

ยืนยันได้จากรายงานของดับเบิลยูจีซี ฉบับล่าสุดที่เผยว่า ทั้งๆ ที่ความต้องการทองคำทั่วโลกลดลง แต่ในแง่ของความต้องการซื้อเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องประดับ อัญมณี และเหรียญทองคำ ทั่วโลกกลับเพิ่มขึ้นมากสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยเพิ่มสูงขึ้นถึง 53% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว หรือที่ 1,083 ตัน ทั้งนี้ ความต้องการซื้อทองดังกล่าวมาจากอินเดียและจีน

ริก สปูนเนอร์ นักวิเคราะห์ด้านการตลาดของซีเอ็มซี มาร์เก็ต เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ถึงแม้พอลสัน แอนด์ โค จะลดการถือครองในกองทุนทองคำมากกว่าครึ่งหนึ่ง แต่นั่นถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าช่วงขาลงของราคาทองคำโลกมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว และราคาจะเริ่มปรับตัวขึ้น โดยเห็นได้จากราคาทองคำเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่ปรับตัวสูงขึ้นมากสุดในรอบ 2 เดือนที่ 1,372 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และคาดว่าอีกไม่กี่สัปดาห์จะขึ้นไปอยู่ที่ 1,4201,490 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

ความเห็นของนักวิเคราะห์ดังกล่าวสอดรับกับผลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่เผยว่า นักวิเคราะห์ด้านทองคำถึง 13 จากทั้งหมดที่ไปสำรวจ 22 คน ระบุว่าทองคำในสัปดาห์นี้จะเริ่มฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากความต้องการซื้อทองคำเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องประดับยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ราคาทองในขณะนี้ถือว่าถูกอยู่

“ผู้คนซื้อทองคำรูปพรรณเก็บไว้เพื่อสะสมความมั่งคั่งในระยะกลางและระยะยาว ตรงกันข้ามกับกองทุนที่ลงทุนในทองคำที่มีจุดประสงค์เพื่อต้องการเข้ามาเก็งกำไรมากกว่า” มาร์ค โอไบรเน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของโกลคอร์และโบรกเกอร์ขายทองคำแท่งและเหรียญทองคำ กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พร้อมเสริมว่า ความต้องการทองคำแท่งยังคงสูงอยู่ เพราะราคาทองในขณะนี้ถือว่าน่าลงทุนมาก

ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ไปต่างๆ นานา แต่ความเห็นทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังไม่อาจเชื่อถือและนำมาคาดการณ์ทิศทางราคาในตลาดทองคำโลกได้เสียทั้งหมด เพราะจากปัจจัยทั้งของฝ่ายที่เห็นว่าราคาทองจะลดลงกับฝ่ายที่คิดว่าจะเพิ่มขึ้นนั้น ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำโลกมีความซับซ้อนและหลากหลายมากในปัจจุบัน ดังนั้น การมองทิศทางการลงทุนทองในระยะกลางถึงยาวจึงยังไม่อาจคาดการณ์ได้อย่างแน่ชัดว่าจะออกมาในทิศทางใดกันแน่

ขณะเดียวกัน ปัจจัยความเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงอยู่ในช่วงครึ่งๆ กลางๆอยู่ อาจทำให้ราคาทองคำโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องจับตาในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ ที่เฟดจะมีการประชุมว่า สุดท้ายแล้ว เฟดจะลดการใช้นโยบายคิวอีเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตามที่ถูกคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในเดือน ก.ย.นี้ เฟดจะลดคิวอีลงจริง แต่ในแง่ของความเป็นจริงแล้ว ความเสี่ยงในด้านเงินเฟ้อโลกก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ธนาคารกลางของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างยูโรโซน อังกฤษ ญี่ปุ่น ยังคงมีแนวโน้มว่าจะยังคงเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ จึงทำให้ความต้องการลงทุนในทองคำเพื่อเป็นเกราะคุ้มกันจากภาวะเงินเฟ้อก็ยังมีอยู่

ดังนั้น การลงทุนทองคำในระยะนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวัง และพิจารณาพร้อมกับวิเคราะห์ข้อมูลแบบชอร์ตต่อชอร์ตกันเลยทีเดียว

จีนผ่อนกฎต่างชาติลงทุน

จีนคลายกฎเปิดเขตการค้าเสรีเพิ่ม หวังช่วยกระตุ้นการลงทุนจากต่างชาติ

แถลงการณ์จากสภาจีนหลังการประชุมที่นำโดยนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง เปิดเผยว่า จีนมีแผนจะยกเลิกกฎข้อบังคับบางมาตราเกี่ยวกับการลงทุนของชาวต่างชาติเพื่อเปิดพื้นที่เขตการค้าเสรีให้มากขึ้น โดยถือเป็นหนึ่งในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจีนให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ภายหลังพึ่งพาการส่งออกและการลงทุนจากภาครัฐจนทำให้มีการผลิตมากเกินไป และเติบโตอย่างไม่เท่าเทียม

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ระบุว่า ปีที่แล้วนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินที่เงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ปรับลดลง 3.7% เหลือ 1.117 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หลังทำสถิติสูงสุดในปี 2554 ที่ 1.16 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

เคนท์ เดดล์ กรรมการผู้จัดการคอนโทรล ริกส์ บริษัทที่ปรึกษากล่าวผ่านบลูมเบิร์กว่า ความเคลื่อนไหวข้างต้นสะท้อนว่ารัฐบาลจีนตระหนักดีถึงความสำคัญของเอฟดีไอ และเป็นเรื่องจำเป็นที่ปรับปรุงตัวให้น่าดึงดูด รวมถึงขจัดความวิตกเกี่ยวกับระบบราชการที่ล่าช้าและสร้างความโปร่งใสในการบริหาร

รายงานระบุว่า สภาจีนจะยื่นร่างเสนอแก้ไขกฎหมายให้กับคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ซึ่งถ้าคณะกรรมาธิการมีมติอนุมัติ สภาจะสามารถยกเลิกกฎหมายการลงทุนต่างชาติบางมาตรา และเปิดทางให้บริษัทข้ามชาติร่วมทุนกับจีนในเขตพื้นที่การค้าเสรีได้สะดวกง่ายดายขึ้น

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาหรือรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทองขึ้น200บ.ทองแท่งขายออก19,850

ทองขึ้น 200 บาท ทองแท่งวันนี้ขายออกบาทละ 19,850 บาท รูปพรรณขายออก 20,250 บาท สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทอง 96.5% ประจำวันที่ 15 ส.ค.2556 เวลา 09:36 น. (ครั้งที่ 1) ทองคำแท่ง รับซื้อคืนบาทละ 19,750 บาท ขายออก 19,850 บาททองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 19,465.44 บาท ขายออก 20,250 บาท เพิ่มขึ้น 200 บาท เทียบปิดตลาดวานนี้ (14 ส.ค.)

น้ำมันบวก2เซนต์ สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วง

น้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดบวก 2 เซนต์ อยู่ที่ 106.85 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วง สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 2 เซนต์ ปิดที่ 106.85 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย.ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ ปิดที่ 110.20 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ส.ค. ร่วงลง 2.81 ล้านบาร์เรล แตะที่ 360.49 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงราว 1.3-1.5 ล้านบาร์เรล

ทองปิดพุ่ง$12.9 อุปสงค์จีน-อินเดียแกร่ง

ทองปิดพุ่ง 12.9 ดอลลาร์ อยู่ที่ 1,333.4 ดอลลาร์/ออนซ์รับอุปสงค์อินเดีย-จีน แข็งแกร่ง สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 12.9 ดอลลาร์ หรือ 0.98% ปิดที่ 1,333.4 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำดีดตัวขึ้นจากรายงานที่ว่า ความต้องการทองคำในประเทศอินเดียยังคงแข็งแกร่งเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล แม้ว่ารัฐบาลอินเดียประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทองคำเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 3 ในปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะลดยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ความต้องการทองคำในประเทศจีนก็ยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นกัน

เศรษฐกิจยูโรจ่อพ้นวิกฤติ

กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร จ่อหลุดพื้นจากภาวะถดถอย หลัง 2 ยักษ์เศรษฐกิจอย่างเยอรมนี และฝรั่งเศส ขยายตัวอีกครั้งหนึ่ง สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี "เดสตาติส" รายงานว่า เศรษฐกิจเยอรมนี ซึ่งมีขนาดใหญ่สุดในยุโรป ขยายตัวขึ้น 0.7% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2556 ดีกว่าที่เหล่านักวิเคราะห์ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจช่วงเดือนเมษายน ถึงมิถุนายน จะขยายตัว 0.5% หลังจากที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ตกอยู่ในภาวะชะงักงันในไตรมาสแรกของปี การขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการภายในประเทศ โดยที่การใช้จ่ายของผู้บริโภค และการใช้จ่ายสาธารณะต่างปรับสูงขึ้นในไตรมาสที่ 2 รวมถึงการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจเยอรมนี คือ ผลจากการที่คนออกมาจับจ่ายกันมากขึ้น หลังจากสิ้นสุดฤดูหนาวจัดอันยาวนานจนภาคธุรกิจซบเซา นอกจากนี้ ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศยังช่วยกระตุ้นให้ยอดการส่งออกเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการนำเข้า ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจของฝรั่งเศสก็สามารถหลุดพ้นจากภาวะถดถอยได้ โดยมีตัวเลขการเติบโตในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน สูงกว่าคาดการณ์ไว้ที่ 0.5% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในรอบ 2 ปีของประเทศ นอกจากนี้ การกลับมาเติบโตอีกครั้งของฝรั่งเศสในไตรมาสที่ 2 เกิดขึ้นหลังจากที่เคยหดตัว 0.2% ในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนและไตรมาสแรกของปีนี้ สำนักสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศสรายงานว่า การขยายตัวของฝรั่งเศสซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ได้อานิสงส์จากการบริโภคภายในประเทศที่ดีขึ้น และยังชี้ว่าเป็นการขยายตัวมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2554 หลังจากที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจของฝรั่งเศสอาจจะหดตัวลง 0.1% ตลอดทั้งปีนี้ ทางสำนักสถิติของฝรั่งเศสก็ออกมาคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะโตขึ้น 0.1% ในปี 2556 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของรัฐบาล ด้านรัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศส “นายปิแอร์ มอสโควิซี” มีท่าทียินดีกับการฟื้นตัวของจีดีพีประเทศโดยยืนยันว่า ภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจของประเทศได้สิ้นสุดลงแล้ว

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นปิดร่วงต่ำสุดรอบ 3 เดือน หลังประมูลพันธบัตรรัฐบาลราบรื่น

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปิดร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบราว 3 เดือน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหลังการประมูลพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 5 ปีเสร็จสิ้นลงด้วยความเรียบร้อย

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พันธบัตรหมายเลข 329 ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ปิดการซื้อขายที่ระดับ 0.730% ซึ่งลดลง 0.015% จากระดับปิดเมื่อวานนี้

ส่วนราคาสัญญาพันธบัตรอายุ 10 ปีส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวขึ้น 0.10 จุด แตะที่ระดับ 144.14 ในตลาดหุ้นโตเกียว

หุ้นสหรัฐปิดกรอบแคบ-ทองขึ้นแรง,น้ำมันทรง

หุ้นสหรัฐฯ ปิดในกรอบแคบ นักลงทุน จับตาข้อมูลทางเศรษฐกิจ ส่วนทองคำ ขยับขึ้นแรง น้ำมันยังทรงตัว

ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ เมื่อคืนที่ผ่านมา ปิดในกรอบแคบ ๆ ด้วยนักลงทุนจับตาข้อมูลทางเศรษฐกิจต่าง ๆ นานาของอเมริกา ที่เตรียมเผยแพร่ออกมาในช่วงกลางสัปดาห์นี้ โดย ดาวโจนส์ ลดลง5.83 จุด หรือ -0.04 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 15,419.68 จุด เอสแอนด์พี บวก 9.84 จุด หรือ +0.27 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 3,669.95 จุด แนสแดค ลดลง 1.95 จุด หรือ -0.12 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 1,689.47 จุด

ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ งวดส่งมอบเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.14 ดอลลาร์ หรือ +0.13เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 106.11 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วน เบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน เพิ่มขึ้น 75 เซนต์ ปิดที่ 108.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้าน ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ก เพิ่มขึ้น 22.00 ดอลลาร์ หรือ +1.68 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 1,334.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

Monday’s Close:

Dow -5.83 15,419.68 -0.04%
Nasdaq +9.84 3,669.95 +0.27%
S&P -1.95 1,689.47 -0.12%

Oil (Light Crude)
Sept. 2013 contract
$ / barrel Floor 106.11 +0.14 +0.13%

Gold
Dec. 2013 contract
$ / troy ounce 1,334.20 +22.00 +1.68%

Europe Growing Again Means Boost for Global Economy



The euro area is turning into more of a help than a hindrance for the world economy.

With data this week predicted to show the 17-nation bloc is growing again after an unprecedented six quarters of crisis-driven contraction, economists from Barclays Plc to JPMorgan Chase & Co. say such stabilization will restore the region as a prop, if not a powerhouse, for international demand and financial markets.


วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Stocks, Metals Gain on China Trade Data as Dollar Falls

U.S. stocks halted a three-day slide while metals and the currencies of Australia, South Africa and Brazil rallied as data on China’s trade and American jobless claims bolstered optimism in the global economy.

The S&P 500 rose 0.4 percent to 1,697.48 as of 4 p.m. in New York, paring gains after briefly topping 1,700, while Brazil’s Ibovespa (IBOV) jumped 3.1 percent for its biggest gain since March. Treasury 10-year yields fell one basis point to 2.59 percent. Copper and zinc added more than 2.5 percent as gold futures jumped 1.9 percent to $1,309.90 an ounce. The U.S. dollar fell versus 14 of 16 major peers, with the rand, Aussie and Brazilian real strengthening more than 1 percent.

Copper climbed as much as 2.3 percent to $7,170 a metric ton, the highest since June 17. Photographer: Munshi Ahmed/Bloomberg

Aug. 8 (Bloomberg) -- Michael Kurtz, Hong-Kong based head of global equity strategy at Nomura Holdings Inc., talks about global stocks and investment strategy. Kurtz also discusses the outlook for gold, the U.S. dollar and yen. He speaks with Rishaad Salamat on Bloomberg Television's "On the Move." (Source: Bloomberg)

Aug. 8 (Bloomberg) -- Yao Wei, Hong Kong-based China economist at Societe Generale SA, talks about the mainland's economic outlook and central bank monetary policy. She speaks with Rishaad Salamat on Bloomberg Television's "On the Move." (Source: Bloomberg)

Aug. 8 (Bloomberg) -- Yujiro Goto, foreign-exchange strategist at Nomura, talks about the outlook for the yen, Bank of Japan monetary policy and Japanese investor sentiment. He speaks in London with Bloomberg's Niki O'Callaghan. (Source: Bloomberg)
Sponsored Links

China’s exports jumped 5.1 percent in July from a year earlier, more than double the pace forecast in a survey of economists. Investors dissected the latest economic reports to gauge prospects for Federal Reserve stimulus. The number of workers applying for U.S. jobless benefits over the past month declined to the lowest level since before the last recession, after Fed Bank of Cleveland President Sandra Pianalto said yesterday a reduction of bond purchases may be warranted if the labor market continues to improve.

“We’re making baby steps toward a full economic recovery,” Jim King, president and chief investment officer who helps oversee about $2.7 billion at Wyomissing, Pennsylvania-based National Penn Investors Trust Co., said by phone. “The market often wants things to happen today. In absence of that, we seem to be trapped in this fairly narrow trading range. In order to really bust through higher levels, the market is looking for even more positive news than we’ve seen come out.”
1,700 Watch

The S&P 500 has rallied 19 percent this year and closed at a record 1,709.67 on Aug. 2. The gauge topped 1,700 for the first time on Aug. 1, after climbing within two points of that level for three times in the previous week only to retreat by the close of trading. It briefly rose above 1,700 today before paring gains and closing below.

Stocks also advanced this year as corporate earnings surpassed estimates. Earnings beat estimates at 72 percent of the 444 companies in the S&P 500 that have reported quarterly results so far this period, while 56 percent have beaten sales projections, data compiled by Bloomberg show.

The Chicago Board Options Exchange Volatility Index (VIX), or VIX, fell 1.9 percent today to 12.73 today. The equity volatility gauge reached its 2013 peak in June and has since dropped 39 percent.
Market Leaders

Gauges of commodity, consumer, energy and industrial shares climbed at least 0.4 percent to lead gains among nine of the 10main industry groups in the S&P 500 today, with only telephone stocks dropping.

Cliffs Natural Resources Inc. and Newmont Mining Corp. gained at least 8.7 percent as metals rallied. Tesla Motors Inc. (TSLA) surged 14 percent after reporting second-quarter results that surpassed analysts’ estimates. JPMorgan Chase & Co. dropped 0.9 percent after saying it’s under federal criminal investigation for practices tied to sales of mortgage-backed bonds.

Microsoft Corp. (MSFT) rose 2.6 percent for the biggest gain in the Dow Jones Industrial Average. The maker of the Windows operating system was raised to overweight from equalweight by Evercore Partners, which said the company has an attractive valuation and may increase its dividend in September. Microsoft trades for about 11.8 times estimated earnings and is forecast to increase its quarterly dividend to 26 cents a share in September from 23 cents, according to Bloomberg projections.

Initial claims for U.S. unemployment benefits rose to 333,000 last week from a revised 328,000 in the previous period, Labor Department data showed. The number of claims in the four weeks ended Aug. 3 declined to 335,500 on average, the least since November 2007, the report showed.
Fed Speculation

Improvement in the job market has helped fuel speculation the Fed will reduce bond purchases, triggering swings in stocks and bonds. The S&P 500 slumped as much as 5.8 percent from May 21 to June 24 after Fed Chairman Ben S. Bernanke said the central bank could start tapering stimulus if the labor market continues to improve. The benchmark index has rebounded 8 percent since. Ten-year Treasury yields jumped from their 2013 low of 1.63 percent on May 2 to as high as 2.74 percent on July 5.

Fed Bank of Dallas President Richard Fisher told Germany’s Handelsblatt newspaper in an interview today that the central banks should start reducing bond purchases in September if “economic data doesn’t significantly deteriorate.” Fisher, one of the most vocal critics of quantitative easing, said on Aug. 5 the Fed is closer to slowing its stimulus.
European Markets

The Stoxx Europe 600 Index rose 0.4 percent as results at Deutsche Telekom AG and Commerzbank AG beat estimates. The regional benchmark index snapped a two-day decline, with trading volumes 3.7 percent above the 30-day average. Deutsche Telekom, Germany’s largest phone company, climbed 7.7 percent after second-quarter sales beat estimates.

Commerzbank, the German bank forced into a state bailout, surged 16 percent after reporting net income that exceeded projections. Nestle SA, the world’s biggest food company, slid 2.2 percent after reporting the slowest first-half revenue growth in four years.

The MSCI Emerging Markets Index rebounded from a four-week low, rising 0.9 percent. The gauge of developing nations’ equities has lost more than 10 percent this year, trailing the S&P 500’s performance by almost 30 percentage points. The Hang Seng China Enterprises Index of mainland companies listed in Hong Kong added 0.4 percent. China’s imports gained 10.9 percent, more than the median estimate in a Bloomberg survey of 1 percent growth and leaving a trade surplus of $17.8 billion.

India’s Sensex Index jumped 0.7 percent and the rupee strengthened 0.7 percent. Benchmark gauges in Poland, Hungary, the Czech Republic and Thailand rose at least 1.2 percent.
Yen, Dollar

The yen was 0.4 percent lower against the dollar, erasing earlier gains of more than 0.5 percent triggered after the Bank of Japan refrained from boosting stimulus measures that tend to weaken a currency. Japan’s currency was at 96.58 per dollar after appreciating to 95.81, the strongest since June.

The Bloomberg Dollar Index fell 0.4 percent as it declined for a fifth day, the longest streak of losses since April. The euro gained 0.4 percent to $1.3386.

The gain in Treasuries pushed 30-year bond yields down one basis point to 3.67 percent as a $16 billion auction of the securities drew above-average demand from an investor class that includes foreign central banks. U.S. benchmark 10-year notes advanced for a second day as the third and final coupon security sale this week found demand with auction yields at almost the highest level in two years.
Copper, Cattle

Copper climbed as much as 3 percent to $7,215 a metric ton in London, the highest level since June, before paring gains and trading at $7,185.

Live cattle rose 1.9 percent after Tyson Foods Inc., the top U.S. meat processor, said it plans to stop buying animals fed with a supplement made by Merck & Co. after discovering lame livestock at factories.

Corn added 0.3 percent to $4.5975 a bushel, halting a five-day slump. U.S. farmers are poised to reap their biggest-ever corn crop, expanding global stockpiles to the most in 13 years and spurring hedge funds and other speculators to make record bets that prices will keep dropping.

The harvest in the largest grower will jump 30 percent to 14.036 billion bushels (356.5 million metric tons), the average of 27 analyst estimates compiled by Bloomberg shows. That’s 53 million bushels more than they expected a month ago and 86 million above the government’s July forecast. Record crops from the U.S. to Brazil to Ukraine will expand world inventories by 23 percent to 152.36 million tons in a year, according to the average of 12 predictions.

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

German Exports Gained in June in Signal Economy Gathered Pace

German exports rose in June, adding to signs that the recovery in Europe’s largest economy is gaining traction.

Exports, adjusted for working days and seasonal changes, increased 0.6 percent from May, when they dropped a revised 2 percent that was less than originally estimated, the Federal Statistics Office in Wiesbaden said today. Economists predicted an increase of 0.9 percent, according to the median forecast of 13 economists in a Bloomberg News survey. Imports fell 0.8 percent.



China’s export gain was more than twice the median estimate of 2 percent in a separate Bloomberg survey. Imports rose 10.9 percent, leaving a trade surplus of $17.8 billion. Photographer: Nelson Ching/Bloomberg



Aug. 7 (Bloomberg) -- Sheila Patel, chief executive officer of International Goldman Sachs Asset Management, discusses investment opportunities in China, Europe and the U.S. She speaks with Francine Lacqua on Bloomberg Television's "The Pulse." (Source: Bloomberg)



A small boat travels alongside the container ship Hamburg Express, operated by Hapag-Lloyd AG, in the Port of Hamburg at the Hamburger Hafen und Logistik AG (HHLA) terminal in Hamburg, Germany. Photographer: Krisztian Bocsi/Bloomberg

Demand for German-made goods is increasing as the 17-nation euro area, the country’s biggest trading partner, shows signs of emerging from its longest-ever recession and the U.S. economic expansion accelerates. European countries accounted for 69 percent of German exports (GRBTEXMM) last year and the U.S. for 12 percent, according to the Federal Statistics Office in Wiesbaden.

“Exports will probably rise slowly over the following months as growth in North America picks up and countries in the euro area recover,” Gerd Hassel, a Frankfurt-based analyst at Bhf-Bank AG, said before the report. “Germany will grow faster than other euro-area countries as domestic demand also increases.”

Manufacturing in the euro region expanded last month for the first time in two years, according to a survey of purchasing managers by London-based Markit Economics. The U.S. economy grew at a 1.7 percent annualized rate from April through June after a 1.1 percent pace in the first quarter. German consumer confidence this month will rise to the highest level since August 2007, according to a survey by GfK SE. (GFK)
Trade Gap

Germany’s trade surplus widened to 16.9 billion euros ($22.6 billion) in June from a revised 13.6 billion euros in May, today’s report showed. The surplus in the current account, a measure of all trade including services, increased to 17.3 billion euros from 11.2 billion euros.

The Bundesbank said last month that it sees the German economy slowing after it grew “strongly” in the second quarter. German and euro-area gross domestic product data for the three months ended June will be released on Aug. 14. The currency bloc’s economy shrank in the six quarters through March.

At the same time, the Ifo institute’s measure of German business confidence climbed for a third month in July and factory orders, an indicator of future production, jumped the most in eight months in June. The Sentix research institute said euro-area investor sentiment gained this month.

Fed Belongs to Everybody as Public Says It’s Our Money in Crisis

The unprecedented frenzy surrounding Federal Reserve Chairman Ben S. Bernanke’s potential successor shows that Americans won’t let the central bank go back to its opaque and secretive ways.
The backlash that resulted from Bernanke’s bailouts during the financial crisis and his record expansion of the Fed’s balance sheet has pushed the central bank toward openness at the fastest pace in its 100-year history. His introduction of regular press conferences in 2011 is just one of his recent initiatives.
Enlarge image Federal Reserve Vice Chairman Janet Yellen 
U.S. Federal Reserve Vice Chairman Janet Yellen. Photographer: Andrew Harrer/Bloomberg
Sifma's Gregg on Next Fed Chairman, Bank Rules15:06
Aug. 7 (Bloomberg) -- Judd Gregg, chief executive officer of the Securities Industry and Financial Markets Association and a former U.S. senator, talks about the outlook for Federal Reserve Chairman Ben S. Bernanke's successor and financial regulations. He speaks with Tom Keene, Alix Steel and Scarlet Fu on Bloomberg Television's "Surveillance." (Source: Bloomberg)
Enlarge image Summers Said to Show Interest in Fed Chairmanship After Bernanke 
Summers, 58, who was Treasury secretary under President Bill Clinton and Obama’s first National Economic Council director, is one of the potential candidates to succeed Chairman Ben Bernanke, according to two people familiar with the matter, who requested anonymity. Photographer: Andrew Harrer/Bloomberg
That scrutiny has persisted as the U.S. economy has struggled to gain momentum and led to an unparalleled public debate over the next chairman, according to Sarah Binder, a senior fellow at the Brookings Institution in Washington who researches the relationship between the Fed and Congress.
The central bank’s decision to adopt unconventional policies has “heightened consequences of what the Fed does and who leads it,” Binder said. Such action “has so much impact on the economy and people’s lives.”
Fed Vice Chairman Janet Yellen and Lawrence Summers, President Barack Obama’s former top economic adviser, have been the focus of an intensifying public contest for Bernanke’s job. House and Senate Democrats have penned letters to the White House voicing support for Yellen, 66, and Obama defended Summers, 58, to his party’s lawmakers on July 31 against a barrage of criticism. Obama also has mentioned former Fed Vice Chairman Donald Kohn, 70, as a candidate.
Middle-Class Americans
Yellen’s “institutional knowledge and working relationships with current board members would provide for a smooth transition at a time when financial markets and middle-class Americans are counting on” the Federal Open Market Committee to “demonstrate thoughtful and deliberate leadership,” a group of female House Democrats led by Maxine Waters of California, the ranking Democrat on the Financial Services Committee, said in a July 31 letter to Obama.
Obama said July 31 that Summers was being unfairly criticized and took the opportunity to praise the former director of his National Economic Council, who was by his side at the height of the financial crisis.
White House spokesman Jay Carney said people should “separate” Obama’s defense of Summers from speculation about whom the president will choose as the Fed chairman nominee.
While there have been many examples of senators lobbying “every president since George Washington” about appointments, Senate Historian Donald A. Ritchie said in an interview that he wasn’t aware of any such campaigns for Fed chief during the prior 14 confirmations.
Unprecedented Lobbying
“In the history of the Fed, there was never anything like this,” said Allan Meltzer, a professor of political economy at Carnegie Mellon University’s Tepper School of Business in Pittsburgh and the author of a multivolume history of the central bank.
Policy makers’ actions during the worst financial crisis since the Great Depression and its aftermath have been “fiscal in their nature” and invited political interference, he said.
Bernanke, 59, established the central bank’s role as the nation’s main rescue agent during the 18-month recession that began in December 2007 by using the Fed’s balance sheet to save Bear Stearns Cos. from collapse in March 2008. He gave out more than $2 trillion in emergency aid through that rescue and the rescue of American International Group Inc. (AIG), six loan programs and currency swaps with other central banks.
With the target for the Fed’s benchmark rate stuck near zero since December 2008, Bernanke also has pursued three rounds of so-called quantitative easing that have swelled the central bank’s balance sheet to a record of more than $3.5 trillion.
Price Stability
Republicans, including House Speaker John Boehner of Ohio, have argued that the Fed’s stimulus programs have risked a rapid acceleration in prices. They’ve also championed a change in the Federal Reserve Act that would restrict the Fed’s focus solely to its goal of price stability, eliminating its full-employment mandate.
Inflation as measured by the personal consumption expenditures price index has averaged 1.9 percent since February 2006, the month Bernanke became chairman. The central bank has a 2 percent inflation goal.
“For the next chairman to get back to independence will require a very strong chairman -- a Volcker type -- and those are not easy to find and even harder to confirm in this totally politicized environment,” Meltzer said.
Paul Volcker, 85, is remembered for his battle against inflation during his 1979 to 1987 tenure, when he allowed the federal funds effective rate to rise as high as 22 percent to tame annual price acceleration approaching 15 percent.
Congressional Scrutiny
Congressional scrutiny probably will continue through the Fed’s exit from its unprecedented monetary stimulus, according to Brookings’ Binder.
“Its unwinding of policies is going to go on for a while and continue to attract attention from Republicans who think they’re not going fast enough and Democrats who think they’re moving too fast,” Binder said.
Bernanke has said one reason the Fed’s balance sheet won’t prove inflationary is the central bank’s ability to pay interest on excess reserves; it can raise the rate to prevent prices from accelerating too quickly.
Traders and investors also are more focused on the central bank’s record balance sheet now than they’ve been before previous nominations, said Jeffrey Rosenberg, chief investment strategist for fixed income in New York at BlackRock Inc., which manages $1.2 trillion in fixed-income assets.
Fed Influence
“The difference is the degree to which financial markets are influenced by central-bank activity,” he said. The Fed is “in a much larger position determining a broader array of financial prices beyond just short-dated interest rates.”
The Fed is buying $45 billion a month of Treasury securities and $40 billion a month of mortgage-backed securities in an effort to bring down 7.4 percent joblessness. It has extended more than $1 trillion worth of credit to the housing industry.
Policy makers are debating whether the economy is strong enough to warrant scaling back stimulus. While unemployment has fallen from a peak of 10 percent in October 2009, it is still above the 5 percent rate when the recession began.
One positive byproduct of all the attention the Fed has garnered is its increased transparency, according to Meltzer. Congress and the courts forced unprecedented disclosures of the Fed’s emergency loans after the crisis. Bloomberg LP, the parent of Bloomberg News, sued the Fed to force the release of details related to the lending.
Announcing Projections
Bernanke’s efforts to increase openness also include revealing policy makers’ interest-rate forecasts and announcing projections for economic growth, unemployment and inflation four times a year, compared with twice under former Chairman Alan Greenspan.
“The Fed’s role in the public’s mind has been enhanced” as it has “intervened more expansively in the economy than ever before,” said Marvin Goodfriend, an economics professor at Carnegie Mellon and a former adviser at the Richmond Fed. “As people become knowledgeable about the Fed’s powers, the Fed, in turn, has an interest in making itself more understandable. That’s a dynamic that’s likely to continue.”

Australian Jobs Drop in Blow for Rudd’s Re-Election Bid: Economy


Australian employers unexpectedly cut payrolls in July and unemployment held at an almost four-year high, denting Prime Minister Kevin Rudd’s bid for a come-from-behind election win.
The number of people employed fell 10,200, the statistics bureau said in Sydney today. That compares with the median estimate for a 5,000 rise in a survey of 24 economists. The jobless rate held at 5.7 percent as fewer people sought work.
Enlarge image Australian Employers Unexpectedly Cut 10,200 Workers in July 
A commuter uses a mobile device as he stands on a platform at Parramatta train station in western Sydney. Photographer: Dan Himbrechts/Bloomberg
Aussie May Weaken to 85 U.S. Cents on Fed Tapering5:39
Aug. 8 (Bloomberg) -- Stephen Halmarick, the Sydney-based head of economic and market research at Colonial First State Global Asset Management, talks about the Australian dollar, central bank monetary policy and the nation's economic outlook. Halmarick also discusses the commodity market with Mia Saini on Bloomberg Television's "First Up." (Source: Bloomberg)
`Correction Event' Seen in Iron Ore Prices7:15
Aug. 8 (Bloomberg) -- Daniel Morgan, a global commodity analyst at UBS AG in Sydney, talks about the outlook for Australia's mining industry, gold, and his investment strategy. He also discusses Rio Tinto Ltd. with Rishaad Salamat on Bloomberg Television's "On the Move." (Source: Bloomberg)
The data underscore the challenge for Rudd as he pitches for another term based on economic management ahead of the Sept. 7 election. Central bank Governor Glenn Stevens is forecasting a softer labor market and below-trend growth and has reduced the overnight cash-rate target by 2.25 percentage points since late 2011, including a quarter-point cut this month to a record-low 2.5 percent as a resource-investment boom wanes.
While the jobless rate didn’t rise, “the government shouldn’t be crowing too loudly because that was a result of less people looking for work,” said Joshua Williamson, a senior economist at Citigroup Inc. in Sydney. “The result is not cataclysmic, but it certainly suggests this is a slowing economy.”
The Australian dollar dropped after the report, before recovering to trade at 90.55 U.S. cents at 2 p.m. in Sydney after China’s exports and imports rebounded in July. Traders are pricing in a 78 percent chance the RBA will hold interest rates unchanged next month, according to swaps data compiled by Bloomberg.
The number of full-time jobs declined by 6,700 in July, and part-time employment fell by 3,500, today’s report showed. Australia’s participation rate, a measure of the labor force in proportion to the population, dropped to 65.1 percent in July from 65.3 percent a month earlier, it showed.
Currency Squeeze
Industry has been squeezed by a currency that held above $1 from mid-June last year to May 9, the longest stretch above parity with the U.S. dollar since the Aussie was freely floated in 1983. While the local dollar has declined 12 percent in the past three months, the worst performer among group of 10 currencies, it hasn’t assisted the nation’s manufacturers.
A private gauge released Aug. 1 showed manufacturing slumped 7.6 points to 42 last month, the biggest decline since April. Fifty is the dividing line between growth and contraction.
Ford Motor Co. announced May 23 it would end production in the country after nine decades, with the loss of 1,200 jobs. General Motors Co. (GM)’s Holden division said in April it will cut about 500 jobs in Australia, citing the currency’s strength.
Job Ads
Job advertisements fell 1.1 percent in July, the fifth straight monthly drop, Australia & New Zealand Banking Group Ltd. (ANZ) said in an Aug. 6 report. The unemployment rate was 10 percent or higher in more than 140 of Australia’s 1,400 regions in the three months through March, according to government data released in July. More than 64 percent of regions recorded a higher jobless rate over the 12 months through March, it showed.
Stevens, in his statement accompanying the Aug. 6 decision to lower rates, said: “in Australia, the economy has been growing a bit below trend over the past year. This is expected to continue in the near term as the economy adjusts to lower levels of mining investment. The unemployment rate has edged higher.”
China’s exports and imports exceeded economists’ estimates, adding to signs Australia’s biggest trading partner is stabilizing following a two-quarter slowdown. Elsewhere, the Bank of Korea held its benchmark interest rate steady at 2.5 percent today, as predicted by all 16 economists surveyed.
In Europe, Germany will report trade data for June and Greece unemployment figures for May. In the U.S., claims for jobless benefits probably rose by 9,000 to 335,000 in the week ending Aug. 3, economists predicted before a Labor Department report in Washington.
Austerity Debate
Australia’s Rudd is framing the vote as a battle between David Cameron-style austerity from the opposition and his own program that allows the deficit to widen as it prioritizes jobs. Labor trailed the opposition by 4 percentage points on a two-party preferred basis in a Newspoll published Aug. 5.
The government on Aug. 2 cut its growth estimate for this fiscal year to 2.5 percent and said the unemployment rate will rise to 6.25 percent by the middle of 2014.
Most jobs were lost in manufacturing and financial services states of New South Wales, Victoria and South Australia, with a total decline of 34,800, today’s report showed. Queensland gained 18,400 positions.
Job Creation
Since Labor won office in November 2007 through May this year, a net 962,800 jobs have been created, according to data compiled by Bloomberg from labor force figures. While the resources-investment boom has powered economic growth, the 122,300 mining jobs created is less than half the 303,500 in healthcare and social assistance roles. The manufacturing industry has lost 112,400 workers over the period.
Under the 11 1/2 years of Coalition rule from March 1996 to November 2007, 2.4 million jobs were created. The biggest category over that period was construction, with 359,240 jobs.
“The challenge for Australia right now is to create jobs and give people job security,” Shadow Treasurer Joe Hockey told reporters in Sydney today.
Opposition leader Tony Abbott yesterday vowed to trim company taxes by 1.5 percentage points in his first major campaign promise, saying it will “be good for jobs.”
“The election has become about who will better guide the economy as it transitions away from mining investment-led growth,” Katrina Ell, an economist at Moody’s Analytics in Sydney, said before the report. “Employment isn’t helping the government’s already difficult task of winning over voters.”

ทองขึ้น200บ.ทองแท่งขายออก19,250

ราคาทองคำวันนี้ทองแท่งขายออกบาทละ 19,250 บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 19,650 บาท ปรับขึ้น 200 บาท สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทอง 96.5% ประจำวันที่ 8 ส.ค. 2556 เวลา 09:18 น. (ครั้งที่ 1) ทองคำแท่งรับซื้อคืนบาทละ 19,150 บาท ขายออก 19,250 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 18,874.20 บาท ขายออก 19,650 บาท ปรับเพิ่มขึ้นจากวันที่ 7 ส.ค. 200 บาท

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

21 Consecutive Months of Swiss Deflation Comes to an End

THE TAKEAWAY: 21 months of Swiss deflation comes to an end in July -> SNB currency devaluation may finally be affecting local prices -> Little Franc reaction

The annual change in Swiss consumer prices stopped declining in July for the first time in twenty one months, as a policy of currency devaluation may finally be affecting local prices.

Consumer prices were unchanged from July 2012, higher than expectations for consumer prices to indicate 0.1% deflation for the second consecutive month. Consumer prices declined 0.4% on a monthly basis in July, according to the Swiss Federal Statistics Office.

The Swiss National Bank cut its price forecast in June to -0.3% for 2013 and 0.2% for 2014. The SNB has maintained a 1.20 cap in Franc trading against the Euro, to stem gains in the local currency following currency inflows during the Euro-zone debt crisis. The continued sale of the Franc in Forex markets may have driven local prices higher in Switzerland, if not for the constant deflation seen in the Swiss economy. However, if a change in prices in the upcoming months signals building inflation, the SNB may reconsider its Franc devaluation policy.

Therefore, the higher than expected change in consumer prices should have been Franc positive. However, the Franc continued to trade around 1.2320 against the Euro following the CPI release. The 1.24 line may continue to provide resistance, and a rising trend line from April may provide support around 1.2288.

Also reported in Switzerland today, the SNB’s foreign currency reserves was reported at 434.9B in July, only slightly higher than the 434.8B seen in June. Also, the SECO Consumer Confidence (Jul) was reported at -9 for July, disappointing expectations for -1.

ECONOMIC


DateETReleaseForActualBriefing.com ForecastBriefing.com ConsensusPriorRevised From
Aug 0510:00ISM ServicesJul56.053.153.252.2
Aug 0608:30Trade BalanceJun-$34.2B-$44.5B-$43.4B-$44.1B-$45.0B
Aug 0610:00JOLTS - Job OpeningsJun3.936MNANA3.907M3.828M
Aug 0707:00MBA Mortgage Index08/03NANA-3.7%
Aug 0710:30Crude Inventories08/03NANA0.431M

DateETReleaseForActualBriefing.com ForecastBriefing.com ConsensusPriorRevised From
Aug 1214:00Treasury BudgetJulNANA-$69.6B
Aug 1308:30Retail SalesJulNANA0.4%
Aug 1308:30Retail Sales ex-autoJulNANA0.0%
Aug 1308:30Export Prices ex-ag.JulNANA-0.2%
Aug 1308:30Import Prices ex-oilJulNANA-0.3%

DateETReleaseForActualBriefing.com ForecastBriefing.com ConsensusPriorRevised From
Aug 2107:00MBA Mortgage Index08/17NANANA
Aug 2110:00Existing Home SalesJulNANA5.08M
Aug 2110:30Crude Inventories08/17NANANA
Aug 2114:00FOMC Minutes7/31
Aug 2208:30Initial Claims08/17NANANA

DateETReleaseForActualBriefing.com ForecastBriefing.com ConsensusPriorRevised From
Aug 2608:30Durable OrdersJulNANA3.9%4.2%
Aug 2608:30Durable Goods –ex transportationJulNANA-0.1%0.0%
Aug 2709:00Case-Shiller 20-city IndexJunNANA12.2%
Aug 2710:00Consumer ConfidenceAugNANA80.3
Aug 2807:00MBA Mortgage Index08/24NANANA

DateETReleaseForActualBriefing.com ForecastBriefing.com ConsensusPriorRevised From
Sep 0310:00Construction SpendingJulNANANA
Sep 0310:00ISM IndexAugNANANA
Sep 0407:00MBA Mortgage Purchase Index08/31NANANA
Sep 0408:30Trade BalanceJulNANANA
Sep 0414:00Auto SalesAugNANANA

DateETReleaseForActualBriefing.com ForecastBriefing.com ConsensusPriorRevised From
Sep 0915:00Consumer CreditJulNANANA
Sep 1010:00JOLTS - Job OpeningsJulNANA3.936M
Sep 1107:00MBA Mortgage Purchase Index09/07NANANA
Sep 1110:00Wholesale InventoriesJulNANANA
Sep 1110:30Crude Inventories09/07NANANA


Read more: http://briefing.com/investor/calendars/economic/#ixzz2bGq5dpEj